ผลบอลถ้วยมูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ องศาเดือด

ผลบอล

การแข่งขันฟุตบอลของไทยเดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว ทั้งไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ลีกดิวิชั่น1 , ลีกดิวิชั่น2 และรายการ ผลบอล ถ้วยต่างๆ ของประเทศไทย คงรู้แล้วว่าทีมไหนเป็นแชมป์อะไรกันบ้าง ทีมไหนตกชั้นบ้าง และทีมไหนเลื่อนชั้นขึ้นมา แต่ตอนนี้ยังมีอีกรายการที่จะต้องลุ้นต่อ นั้นคือ ถ้วยมูลนิธิไทยคม เอฟเอคัพ เป็นการแข่งขันฟุตบอลถ้วยอาชีพระดับสุงของประเทศไทย ที่จัดขึ้นของสมาคมแห่งประเทศไทย ทำไมถึงจะต้องลุ้นถ้วยใบนี้ ถ้าจะเปรียบเทียบแล้ว ถ้วยมูลนิธิไทยคม เอฟเอคัพ ก็คล้ายกับถ้วย FA Cup ของอังกฤษที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี มีประวัติมายาวนาน และถ้วยมูลนิธิไทยคม เอฟเอคัพ ยังมีโค้วตาให้สำหรับทีมใดๆที่สามารถคว้าแชมป์ถ้วยใบนี้ จะมีสิทธิ์ตีตั๋วเข้าไปเล่นรอบเพล์ออฟ AFC แชมป์เปี้ยนลีก ที่เป็นถ้วยลีกคัพสูงสุดของทวีปเอเชีย เช่นเดียวกับ ถ้วยสโมสร ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ที่เป็นที่รู้จักกันดี

ซึ่งเส้นทางนี้เองที่ทำให้ กิเลนพยอง เมืองทองยูไนเต็ด เป็นที่ต้องการเป็นอย่างมากเพื่อการันตีทีมตัวเองเขาไปโลดแล่นโชว์ฝีเท้า เพราะเนื่องจากปีนี้ เขาไม่สามารถคว้าแชมป์ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกได้ ซึ่งเป็นสิทธิ์ขาดสิทธิ์เดียวของประเทศไทยในฐานะแชมป์ลีก ได้เข้าไปเล่น AFC แชมป์เปี้ยนลีกอัตโนมัติทันที และเป็นปีแรกที่ มูลนิธิไทยคม เอฟเอคัพ ได้รับสิทธิ์มาจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ให้กับทีมแชมป์ ผลบอล ไปเล่นรอบเพล์ออฟ ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ ในศึก มูลนิธิไทยคม เอฟเอคัพ ร้อนระอุขึ้นมาทันที ไม่แค่ทีม เมืองทองยูไนเต็ด ที่อยากจะไปโลดแล่นในถ้วย AFC แชมเปี้ยนลีกใบนี้ ถึงตอนนี้ก็ใกล้จะปิดฉากลงแล้ว และทีมที่ผ่านเข้ารอบมายังคงเป็นทีมจากไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกเป็นส่วนใหญ่ โดยที่มีทีมเต็งนั้นเป็น 1 ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ PEA (แชมป์ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกล่าสุด ที่มีสิทธิ์คว้า 3 แชมป์) เต็ง 2 กิเลนพยอง เมืองทองยูไนเต็ด (อดีตแชมป์ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยติดต่อกัน) และเต็ง 3 มังกรไฟ 3K BEC Tero และหนึ่งในทีม ที่หวังจะได้แชมป์อย่างเงียบๆคงหนีไม่พ้น อาร์มี่ยูไนเต็ด ที่ถูกจัดอยู่ เต็ง 4 โดยรอบชิงชนะเลิศ จะฟาดแข็งในวันที่ 11 มกราคม 2555 ไม่ว่าทีมไหนก็ตามที่จะเดินทางไปคว้าแชมป์ถ้วยใบนี้

อยากให้คนไทยทุกคนร่วมเชียร์ ผลบอล ร่วมส่งกำลังใจให้กับทุกๆ ทีม ที่เป็นทีมสโมสรจากประเทศไทย ที่ได้มีสิทธิ์เข้าไปโชว์ฝีเท้า ในถ้วย AEC แชมป์เปี้ยนลีก เพื่อแสดงศักยภาพให้ทั่วเอเชีย และทั่วโลกได้เห็นได้รับรู้ว่าวงการฟุตบอลไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกนี้เช่นกัน